057) ✏ [EGoT] Ep 2 Turn 2: Frozen Fire

posted on 22 May 2014 23:58 by windy-melody  in EGoT
เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
the Knight of Riverrun
 

Episode 2 Turn 2
Frozen Fire
 
 
 
 
 
 
 
 
Guest Character:
Henry
 
Brief Mentions of:
Allard Tully the Lord of Riverrun
Ciaran the Knight of Riverrun
 
 
 
 
 
 
 
 
 
"ว่ากันว่าคืนนั้นเกิดเพลิงไหม้ทั่ววาลีเรีย พายุก่อตัว ภูเขาไฟระเบิด ทำลายทั้งนครภายในวันเดียว" ช้อนไม้กระทบถ้วยที่ทำจากวัสดุเดียวกันดังกรอกแกรกขัดเสียงพูดเพียงหนึ่งเดียวในวงล้อมเป็นพักๆ ทำนองบอกเล่านั้นเนิบน่าฟังอย่างประหลาดแม้เนื้อเสียงจะยังไม่แตกหนุ่มดีนักจนแทบทุกคนที่นั่งอยู่ไม่อาจละสายตาจากเจ้าตัว
 
"พวกวาลีเรียนตายกันเกือบหมด มังกรที่เจ้าพวกนั้นเลี้ยงก็ด้วย ถูกล้างบางไปจนเหลือแค่สามตัวที่เป็นของพวกเชื้อพระวงศ์ที่คิงส์ แลนดิง...ของพวกทาร์แกเรียน-"
 
"ข้าไม่อยากกินผัก" เด็กชายผมทองชูช้อนในมือขึ้นก่อนหันไปหาคนข้างตัว "เฮนรี เจ้ากินผักได้ใช่ไหม? ข้าให้!"
 
ในขณะที่เจ้าตัวเล็กกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ เด็กผมแดงที่นั่งอยู่ถัดไปก็เอ่ยปรามขึ้นมา ดวงตาสีเขียวน้ำทะเลจับจ้องคนอ่อนวัยกว่าอย่างกึ่งกล้ากึ่งกลัว "ย…อย่าบังคับแขกสิฟินน์..."
 
"หนวกหูน่า เฮนรีก็กำลังหิวพอดีเลยใช่ไหมล่ะ? ถือว่าให้เป็นของฝากไปด้วยเลย ดีจะตาย"
 
"มังกร...จะย่างสดคนไม่กินผักอย่างเจ้า..."
 
"แต่เองกิสบอกว่าเจ้าพวกนั้น-"
 
"ใจเย็น ข้ายังเล่าไม่จบเลย" เด็กชายผู้เล่าเรื่องแทรก รอยยิ้มยังระบายอยู่บนใบหน้าที่แม้จะดูมีอายุกว่าแต่ก็ดูเหมือนถูกแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกับเจ้าเด็กเสียงใสผู้เป็นน้องชายคนเล็ก คนรองเบือนสายตากลับมามองพี่คนโตอย่างว่าง่ายพลางปัดเส้นผมสีเปลวเพลิงที่ระใบหน้าเปื้อนกระของตนออกไปให้พ้นทาง ลูกชายอัศวินผู้ไม่เข้าพวกก็ได้แต่มองทั้งสามคนตาปริบๆ ไม่ขยับเอ่ยสิ่งใดตามนิสัยปกติ ใบหูใต้ผมสีทองหนากระดิกเล็กน้อยเมื่อได้ยินฟินน์จอมซนพึมพำเป็นทำนองว่า 'เจ้าไม่ใช่พวกทาร์แกเรียนสักหน่อย...'
 
"แล้วเรื่องเป็นอย่างไรต่อหรือ เองกิส" ผู้ใหญ่คนเดียวในวงถามเป็นเชิงชวนให้เจ้าของนามสานกิจของตนต่อ "ข้าได้ยินว่ายังมีเรื่องสนุกหลังจากนั้นอยู่นะ"
 
เด็กชายเอียงศีรษะยิ้มให้คนสูงวัยกว่า เส้นผมสีทองละเอียดคล้ายบุคคลในความทรงจำคนมองตกเคลียบ่าที่ยังไม่กว้างนัก
 
"เชื้อสายของกษัตริย์ของพวกเรา พวกทาร์แกเรียนมาเยือนเวสเทอรอสพร้อมมังกรของพวกเขา ใช้พลังของพวกมันขึ้นไปบนจุดสูงสุดของอำนาจทั้งปวงปกครองแผ่นดินจนถึงทุกวันนี้" ดวงตาสีฟ้าส่องประกายเพลิดเพลินอย่างมีความสุขที่ได้พูด 
 
"ถ้าที่เองกิสบอกเป็นจริง...เรื่องที่แต่ก่อนมีมังกรอยู่ทั่วเอสซอส..."
 
"ก็จะเจอมังกรบินวนเต็มไปหมดถ้าล่องเรือไปทางตะวันออก!" ฟินน์ร้องพร้อมลุกขึ้นอย่างกะทันหันจนถ้วยไม้กระเด็นหล่นจากตัก เด็กผมทองผู้ไม่เกี่ยวดองทางสายเลือดแต่อย่างใดกับหนุ่มน้อยทั้งสามขยับไปช่วยเช็ดซุปที่เปื้อนแขนเสื้อของเด็กผมแดงคนกลางอย่างทุลักทุเล สเตฟานหัวเราะขึ้นมานิดพร้อมกับที่เด็กชายผู้โชคร้ายขยับปากกล่าวขอบคุณเฮนรีขมุบขมิบ
 
"เราไม่ได้ถ่อจากเอียรีเพื่อไปหามังกรนะ น้องข้า พรุ่งนี้เราก็ต้องออกจากที่นี่แล้วลงใต้ ไม่ได้เห็นทะเลในเร็ววันเป็นแน่ ท่านเองก็กำลังจะไปทางเดียวกันใช่ไหมเล่า ท่านอัศวิน?"
 
ผมหน้าที่ยาวผิดปกติของชายหนุ่มไหวยามเจ้าตัวหันไปมองคนเรียก เอ่ยตอบขณะเด็กน้อยฟินน์บ่นหงุงหงิงเป็นฉากหลังว่าไม่น่าสนุกเลยอย่างนั้นอย่างนี้
 
"ใช่ ถ้าคาราวานพ่อของเจ้าจะนำของไปขายที่คิงส์ แลนดิงช่วงนี้ เราก็คงได้เจอกัน เจ้าหนู"
 
"ตะวันจะตกดินแล้ว..." เองกิสพยักหน้า ชายตามองขอบฟ้าที่บดบังแสงทองจากดวงไฟมหึมาไม่มิดจนมองเห็นเป็นริ้วสว่างแสบตา แล้วจึงหันไปสั่งน้องรองก่อนจะแยกทางกับคนท้องถิ่นลุ่มแม่น้ำทั้งสอง
 
"ฝากเจ้าไปขอแบ่งเนื้อจากท่านพ่อมาให้เฮนรีกับท่านอัศวินที ดาวิน"
 
 
 
 
 
 
 
กว่าหนึ่งอัศวินกับหนึ่งลูกอัศวินจะเข้าไปถึงตัวเมืองริเวอร์รันจริง ฟ้าก็มืดไปพักใหญ่แล้ว สเตฟานวานให้หลานชายที่นั่งอยู่หน้าตนถือคบเพลิงอยู่นาน ครั้นเจ้ากัสต์ควบฝีเท้าย่ำเข้าเขตแดนที่คุ้นเคย รอบตัวก็สว่างขึ้นด้วยแสงไฟจากข้างในบ้านที่ตั้งเรียงรายตามทาง แท่งไม้ในมือน้อยจึงถูกนำไปดับเพลิงที่ส่วนปลายในที่สุด
 
"เด็กพวกนั้นใจดีจังนะ แบ่งข้าวให้แถมชวนไปนั่งคุยด้วยกันอีก" ชายหนุ่มเอ่ยยิ้มๆ มองข้างทางไปด้วยขณะสองมือกุมยังเหียนคุมม้าคู่ใจให้เดินต่อไปไม่เร็วนัก "น่าเสียดายที่ไม่ใช่คนแถวนี้ ไม่อย่างนั้นเจ้าคงได้เพื่อนเล่นเพิ่มอีกตั้งสามคน"
 
 
ท้องนภาคู่สดขยับมองเจ้าตัวเล็กที่เงียบมาตลอด
 
"เป็นอะไรไป... เหนื่อยจากฝึก หรือว่าอิ่มข้าวจนพูดไม่ออกกันล่ะ หืม?"
 
อีกฝ่ายก้มหน้าจนเขามองเห็นแต่ผมสีทองยาวเกือบถึงบ่าเล็ก เฮนรีมองบ้านผ่านไปสามหลังถ้วนจึงตอบคำถามผู้เป็นเสมือนอา
 
"รบกวน…ท่านกับสามคนนั้น...ขอโทษ..."
 
สเตฟานหัวเราะอารมณ์ดี "เองกิสก็บอกเราแล้วว่าถือเป็นค่าตอบแทนที่ช่วยนำทาง" ในใจยังนึกขำสีหน้าคล้ายสัตว์น้อยหลงป่าของบุตรแห่งพ่อค้าจากเอียรีทั้งสามเมื่อแรกพบ ระหว่างทางกลับจากริมแม่น้ำ เฮนรีและอัศวินหนุ่มสวนทางกับคาราวานพ่อค้าแม่ขายจากเมืองในหุบเขากลุ่มนี้เข้าโดยบังเอิญ ครั้นทั้งสองอาสาช่วยบอกทางไปริเวอร์รันและเส้นทางสัญจรต่อไปยังคิงส์ แลนดิงให้ เด็กเหล่านั้นก็แห่มาขอบคุณเอาเอกเอาใจพวกเขาเสียยกใหญ่ แม้เจ้าเด็กผมแดงคนรองจะยังแอบมองมาทางนักรบร่างเล็กไม่สมยศอย่างสเตฟานเหมือนลูกกวางระแวงนายพรานเล็งหน้าไม้ยิงแสกกลางหน้าผากก็ตาม "ได้ข้าวเย็นตอบแทนมาก็สมน้ำสมเนื้อดี ไม่ต้องลำบากหากินในเมืองเพิ่มด้วย"
 
เด็กชายนักประหยัดคำพูดผงกรับก่อนปล่อยให้เสียงชาวเมืองจอแจและเสียงกุบกับของเท้าเจ้ากัสต์ดังขึ้นกลบช่องว่างแห่งความเงียบตามเดิม
 
"อะไรน่ะ...มีอะไรที่ยังคิดอยู่อีกหรือไง? กลัวพี่เคียว่าเจ้าหรือ?"
 
"ก็กลัว...แต่ไม่ใช่..."
 
"แล้วคิดอะไรอยู่ บอกอาได้ไหม?"
 
เฮนรีไม่พูดต่ออีกพักใหญ่ ก้มศีรษะลงไปอีกนิดแล้วจึงพึมพำตอบ
 
"ข้าไม่คิดว่า...เองกิส...พูดเรื่องจริง..."
 
อัศวินหนุ่มเลิกคิ้ว มองข้ามหัวไหล่สบตาเด็กที่นั่งอยู่หน้าตน "ข้าว่าข้าโง่แต่ก็ไม่ได้โง่ขนาดมองเด็กไม่ออกนา เจ้านั่นดูไม่เหมือนคนชอบพูดปดเสียหน่อยนะไอ้หนู"
 
"ไม่ใช่.." ดวงตาสีน้ำทะเลกลมโตหลับปี๋ขณะเจ้าตัวเล็กส่ายหน้ารัวเร็ว "ข้าว่า...ไม่น่าจะมีมังกรแล้วต่างหาก...ท่านสเตฟานไม่ได้โง่...ข้าไม่ได้ว่า" ท้ายประโยคที่แผ่วลงเรียกร่างสูงบนหลังม้าให้ยกมือลูบเรือนผมนุ่มอย่างเอ็นดู
 
"ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไร" ชายหนุ่มตอบเสียงใสไร้อารมณ์ขุ่นมัวตามปากว่า "ก็อาจจะจริง ไม่มีใครเห็นมังกรมาร้อยกว่าปีแล้ว อาจจะตายกันไปหมดแล้วก็ได้..."
 
ครั้นรู้สึกว่าจำทิวทัศน์รอบตัวขึ้นมาได้ เด็กชายก็เงยมองตรงไปข้างหน้า 
คราวนี้กลับเป็นอาของเขาที่พูดขึ้นหลังจากคุมเจ้ากัสต์นิ่งๆ อยู่นาน
 
"แต่ข้ากำลังจะได้ไปเจอมังกรนะ" คำกล่าวของอีกฝ่ายเรียกให้ร่างเล็กเหลียวหลังทันที 
 
"มังกร? ตอนนี้?"
 
"อย่างเร็วสุดก็อาจจะพรุ่งนี้เช้า ข้าได้รับคำสั่งมาแล้ว ข้ากับท่านลอร์ดจะไปเจอท่านลูกมังกร...ที่อาจจะยังเด็กนักถ้าเทียบกับเจ้ามังกรตนก่อน" สเตฟานหัวเราะอีก "ว่าเข้าไปนั่น ข้าก็เด็กเถอะ"
 
เฮนรีมุ่นคิ้ว "ท่าน…พูดถึงราชา...ไม่ใช่มังกร..."
 
"แต่เขาว่ากันว่าทาร์แกเรียนเลือดแท้ตกไฟไม่ไหม้ ตามตำนานเกล็ดมังกรก็ทนไฟจนมีคนพูดเอาไว้ว่า 'ไฟที่มีชีวิตแท้จริงก็คือมังกร' จะเปรียบเทียบก็คงไม่ต่างกันมากไม่ใช่หรือไง?" ชายหนุ่มหลุดขำอีกครั้งเมื่อเจ้าหลานมองมาด้วยสายตาราวกับจะบอกว่าไม่เชื่อเลยสักนิด "เอาน่า เด็กพวกนั้นเล่าว่าไม่มีใครได้เห็นมังกรตัวเป็นๆ มาหลายชั่วอายุคนแล้ว แต่ก็ไม่มีใครบอกได้เหมือนกันใช่ไหมว่าพวกมังกรอาจจะยังไม่ตาย แต่แค่แอบซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่ง เจ้าคิดว่าอย่างนั้นไหมเฮนรี"
 
"…มังกร…" เด็กชายรำพึงเสียงเบาคล้ายกระซิบ ค่อยๆ ปีนลงจากหลังม้าที่หยุดยืนหน้าประตูที่แสนคุ้นเคยโดยมีสเตฟานช่วยอุ้มลงมาอีกแรง "สักวัน...อยากจะเห็นบ้าง...ด้วยตาของข้าเอง..."
 
อาหนุ่มของเจ้าหนูยกยิ้มน้อยพลางขยับออกมายืนตรงหน้า "ไว้ถ้าข้าเจอมังกรตัวจริงที่คิงส์ แลนดิง ข้าจะเด็ดเกล็ดมันมาฝากเจ้านะ"
 
คำกล่าวพร้อมขยิบตาขี้เล่นจากคนสูงวัยกว่าเกือบทำให้อีกคนเชื่อ ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนจากตกใจเป็นไม่พอใจเล็กๆ เหมือนถูกล้อ
 
"ท่านสเตฟาน...อย่าโกหก"
 
"ข้าไม่โกหก"
 
"ต่อให้ไม่โกหก...ทำแบบนั้นท่านจะตายก่อน..."
 
"อาจจะตายคืนนี้เลยก็ได้ถ้าพี่เคียรู้เรื่องที่ข้าพาเจ้าฝึกดาบ" อัศวินเอ่ยเสียงเข้มหน้าเข้ม ก่อนจะระเบิดหัวเราะแล้วพูดแก้ตามหลังทันทีที่เห็นหลานชายหน้าถอดสี "ล้อเล่นน่ะ อย่าห่วงข้า พี่เคียไม่ทำร้ายข้าหรอก ไม่ดุเจ้าด้วย เชื่อมือข้านะ เอ้า" มือกร้านดุนหลังเล็กเบาๆ ให้ขยับเดินเข้าไปในบ้าน "รีบเข้านอนได้แล้วก่อนพ่อเจ้าจะมาเห็น"
 
เฮนรีก้าวตามแรงนั้นอย่างทุลักทุเล เกาะขอบประตูหนาก่อนหันมามอง ไร้รอยยิ้มหรือสีหน้าตื่นเต้นเฉกเช่นเด็กวัยเดียวกัน ทว่าดวงตาโตนั้นกลับส่องประกายแรงกล้าด้วยความคาดหวัง
 
"เราจะได้ซ้อม...อีกไหม"
 
อัศวินแห่งริเวอร์รันฉีกยิ้มกว้างขึ้นอีก ยีผมบนศีรษะเล็กอย่างหมั่นเขี้ยวแล้วให้คำสัตย์แก่เด็กน้อยก่อนขึ้นหลังม้ากลับไปสมทบกับผู้เป็นนายเพื่อเตรียมตัวออกเดินทาง
 
"ได้สิ ข้าสัญญา เฮนรี"
 
 
 
 
 
  • ส่งของสเตฟไม่ทันจนได้ล่ะค่ะ ; 7 ; ) หัวข้อของสเตฟานเราเลือกมังกรค่ะ …ถึงแม้เหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ออกความเห็นใดๆ มากก็ตาม มีแต่ความคิดเห็นของเด็กๆ (…..)
  • เด็กสามคนเดินทางทะลุมิติจากเฟลเกลเอนเมื่อร้อยกว่าปีก่อนมาเป็นคนพเนจรจากเอียรีแล้วค่ะ ผ่างผ่างผ่าง
  • ขอขอบคุณเฮนรีน้อยๆ ของอัคซัง และหลอดหลาดของคุณลิลที่เราขอยืมมาฟีเจอริ่งนะคะ แฮ่
  • ส่งไม่ทันแต่ขอเขียนเพื่อความฟิน #ฟินาเล่ สวัสดี